Planet Open Office Club

น่ารู้เกี่ยวกับ Microsoft Excel

Number of View: 20 Excel รุ่น 97-2003 (บนระบบปฏิบัติการ Windows) มีส่วนขยายเป็น  XLS มีจำนวนแถว 65,536 แถว และจำนวนคอลัมน์ 256 คอลัมน์ Excel 2007 และ 2010 มีส่วนขยายเป็น XLSX มีจำนวนแถว  1,048,576 แถว และจำนวนคอลัมน์ 16,384 คอลัมน์ ทั้งนี้สามารถตรวจสอบขนาดของแผ่นงานได้ด้วยคำสั่ง ทั้งนี้ฟังก์ชัน Address ที่ต้องระบุเลข 4 เนื่องจากเป็น Parameter ที่ให้แสดงผลลัพธ์แบบ Absolute Address ซึ่งก็คือ XFD นั่นเอง Like Unlike

การใช้ yyyymmdd นำหน้าชื่อไฟล์ของ STKS

Number of View: 15มักจะมีคำถามเสมอว่าทำไม STKS แนะนำให้ใช้ yyyymmdd นำหน้าชื่อไฟล์ วารสาร Focus ประจำเดือนมีนาคม 2510 คอลัมน์ Mindgames ได้มีคำถามเกี่ยวกับระบบวันที่ที่เกี่ยวข้องกับชื่อแฟ้มเอกสาร ดังนี้ … Question 5 .. Although the date format DDMMYY is used in Britain and MMDDYY is popular in the US, computer systems often use the … Continue reading

ฟอนต์สารบรรณ ปรับปรุงรุ่นใหม่ “Sarabun New”

Number of View: 16ท่านที่ใช้ฟอนต์ไทยสารบรรณ และรู้สึกหงุดหงิดกับปัญหาที่เกิดจากการใช้งานฟอนต์นี้ คงสบายใจขึ้นแล้วครับเพราะตอนนี้ SIPA ร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ร่วมกันแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ที่มีใน TH Sarabun PSK ตัวเดิมเรียบร้อยแล้ว และยังแก้ไขสัญญาอนุญาตฟอนต์ TH Sarabun ตัวนี้ใหม่เป็น GPL 2.0 + Font exception เพื่อให้เป็นฟอนต์ที่เสรียิ่งขึ้นด้วยครับ คลิกดาวน์โหลดฟอนต์ THSarabunNew Like Unlike

LibreOffice และ OpenOffice.org

Number of View: 20หลายๆ ท่านที่คุ้นเคยและใช้งาน OpenOffice.org ณ ตอนนี้คงต้องหันมารู้จักและใ้ช้งาน LibreOffice แทนเสียแล้ว โดยอาจจะกล่าวได้ว่า LibreOffice เป็นรุ่นใหม่ของ OpenOffice.org ก็ว่าได้นะครับ (ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง แต่ขออธิบายง่ายๆ แบบนี้ดีกว่าครับ) ทั้งนี้ LibreOffice มีโปรแกรมภายในทั้งหมด 6 ตัวสามารถทำงานได้กับ Microsoft Office ได้อย่างแน่นอน ท่านที่ใช้งาน หรือสนใจ OpenOffice.org ณ เวลานี้แนะนำให้ถอนการติดตั้ง OpenOffice.org และติดตั้ง LibreOffice แทนได้ครับ ทั้งนี้ไฟล์จาก OpenOffice.org ทำงานได้กับ LibreOffice ครับ … Continue reading

เมื่อคนตัวใหญ่ต้องกลายมาเป็นนักพัฒนาตัวน้อย

ถึงแม้ว่าผมจบสาขาไอทีมา เขียนโปรเจ็คตอนจบ แต่จริงๆ แล้วก็ไม่เคยเขียนโปรแกรมที่ใช้งานได้จริงมาก่อน ซึ่งหลังจากจบมาก็ไม่เคยเขียนโปรแกรมอีกเลย พาลจะลืมๆ มันไปแล้วด้วย

แต่ตอนนี้มีความจำเป็นที่จะต้องเขียนโปรแกรม ถึงแม้ว่าเป็นภาษาเบสิกก็ตาม ก็ถือว่าเริ่มจะเป็นโปรแกรมเมอร์น้อยๆ เหมือนกัน ผมเริ่มเขียนมาโครบน LibreOffice มาประมาณไม่ถึงเดือน ตอนแรกก็รู้สึกว่า "ทำได้ไหมนะ" "ยากไหมหว่า" แต่ก็อยากทำจึงเริ่มลงมือ

พอเขียนไปเขียนมาชักเริ่มสนุก ไม่รู้ว่าโค้ดที่เราเขียนซับซ้อนไปไหม แต่พอเขียนไปเทสไปแล้ว ผลลัพธ์ออกแล้วมันสนุก (แต่ถ้าไม่ได้ผลลัพธ์ก็ไม่สนุกเหมือนกัน) เลยรู้สึกว่างานที่เราชอบคงเป็นงานที่ท้าทาย งานที่ได้รับปัญหามาแล้วต้องมานั่งวิเคราะห์แก้ไข พอแก้ไขได้แล้วรู้สึกดี ไม่เฉพาะงานเขียนโปรแกรมนะ จะรู้สึกสนุกกับงานประเภทนี้ทุกงาน เพราะพอแก้ไขได้แล้วมันสะใจ ^^

อาชีพโปรแกรมเมอร์เป็นงานที่ผมรู้สึกว่าเคยตั้งเป็นเป้าหมายไว้ตอนที่เริ่มเรียนในสาขาไอที พอตอนนี้ได้กลับมานึกถึงมันอีกครั้ง รู้สึกเหมือนมานั่งไล่ตามความฝันที่ได้ทิ้งมันไปนานมากอีกครั้ง

แต่ผมคงเป็นโปรแกรมเมอร์ได้เป็นครั้งเป็นคราว เพราะงานที่ทำมันสำคัญกว่า และก็สนุกเหมือนกัน เพียงแต่ให้คนละความรู้สึก แต่ถ้าจะได้กลับมาเป็นโปรแกรมเมอร์อีกก็โอเคนะ ^___^

ลองนึกถึงตอนที่เขียนโปรแกรมตัวแรกดูครับว่าตอนนั้นรู้สึกยังไง อาจจะรู้สึกเหมือนผมตอนนี้ก็ได้นะ ^^

หนังสือเปียกน้ำ … ซ่อมแซมอย่างไร!!!

Number of View: 197จากเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ และหลายจังหวัดของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อประชาชน ตลอดทั้งหน่วยงานต่างๆ จำนวนมาก ผลกระทบหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ “หนังสือ วารสาร คู่มือ รายงาน” ทั้งที่เป็นสมบัติส่วนบุคคล องค์กร และหรือห้องสมุดต่างๆ แตกต่างกันออกไป หลังจากน้ำท่วมแล้ว ก็คงต้องมาฟื้นฟูกัน รวมถึงการฟื้นฟูซ่อมแซมหนังสือที่เปียกน้ำด้วย โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้ การคัดแยกหนังสือ เริ่มต้นก็ควรคัดแยกหนังสือที่เปียกน้ำเป็นกลุ่มๆ เริ่มจากกลุ่มที่ยังไม่เปียกน้ำ เปียกน้ำน้อย เปียกน้ำเพียงบางส่วนของเล่ม เปียกน้ำพอควร เปียกน้ำมาก และหนังสือที่เปียกมากๆ จนเห็นความเสียหายได้ชัดเจน การคัดแยกนี้ควรทำเวลาเพราะยิ่งนานหนังสือก็จะยิ่งเสียหายได้ง่าย หนังสือที่เปียกมากจนเห็นความเสียหายได้ชัดเจนว่าซ่อมแซมไม่ได้ก็คงต้องทำใจ และต้องเร่งแยกกลุ่มออกไปเพื่อทำลาย หรือทำทะเบียนหนังสือเสียหายเพื่อตัดรายการออกจากระบบ หรือเพื่อหามาทดแทนภายหลังก็ได้ครับ หนังสือที่เปียกเพียงบางส่วนก็ควรหาพลาสติกมาคั่นระหว่างส่วนเปียกกับส่วนแห้ง เพื่อป้องกันน้ำและความชื้นกระทบกับส่วนที่ยังแห้ง หนังสือที่คัดแยกแล้วจะต้องทยอยขนย้ายออกจากพื้นที่น้ำ พื้นที่เปียก มาไว้ในพื้นที่แห้ง สะอาด … Continue reading

ห้องสมุดอัตโนมัติง่ายๆ ด้วยตัวคุณเองกับ Openbiblio V. Hotri จิ๋วแต่แจ๋ว

Number of View: 78สร้างระบบห้องสมุดอัตโนมัติง่ายๆ ด้วยตนเองกับ OpenBiBlio Version 2011 (Hotri) ซอฟต์แวร์ห้องสมุดอัตโนมัติที่มากความสามารถ เหมาะกับห้องสมุดอัตโนมัติขนาดเล็กและขนาดกลาง มาด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานในโมดูล ได้แก่ โมดูลการลงรายการทรัพยากรสารสนเทศ, โมดูล OPAC, โมดูลยืม-คืนและระบบรายงานต่างๆ สามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ได้ที่ http://www.thailibrary.in.th/wp-content/uploads/2011/11/openbiblio.zip หรือ GITHUB Openbiblio in action View more presentations from Satapon Yosakonkun

พูดกับคนๆ เดียว ยากกว่าอธิบายคนเป็นร้อย

ผมว่าผู้ชายแทบทุกคนเป็นเหมือนกัน คือพูดอะไรไป แฟนไม่เคยเชื่อ ผมนั่งวิเคราะห์สาเหตุอยู่ว่ามันเป็นไปได้อย่างไร ตัวผมเป็นวิทยากร สามารถทำให้คนฟังเชื่อได้เป็นร้อยเป็นพัน แต่กับคนๆ เดียวกลับไม่สามารถทำให้เชื่อได้ T-T

ผลการวิเคราะห์นี้เป็นการเดาของผมคนเดียวนะครับ สาเหตุที่ 1 คือผมว่าเกิดจาก คนที่เราพูดถึงอยู่นี้ คือคนที่รู้จักเราในทุกๆ มุม แต่ไม่ใช่มุมที่ลูกค้า หรือคนอื่นรู้จัก และเขาก็จะมักมองภาพไม่ออกเวลาที่เราสามารถจูงใจคนอื่นได้

ข้อ 2 คือ การที่เราเอาใจใส่เขามากกว่า การที่เราคุยกับลูกค้า หรือคนอื่น เราไม่แคร์ความรู้สึกเขามากเหมือนกันคุยแม่ทูนหัวคนนี้ ^^ เวลาที่เราบอกลูกค้าให้ทำอะไร เราจะมองถึงเหตุผล ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น แล้วมันจะลงตัวเองที่ผลประโยชน์ แต่เมื่อคุยกับเธอ ผลประโยชน์ย่อมลงตัวที่เธอพอใจ เหตุผลไม่สำคัญ สำคัญที่ถูกใจ พอเราไม่ยอม ก็จะเกิดอาการหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายทั้งโลกตกอยู่ในความลำบาก นั่นคือ "งอน" สุดท้ายผู้ชายก็ "ง้อ" และเหตุผลทั้งหมดก็จบลงที่ตามใจเธอ T-T

ขอถามสักหน่อยว่า ถ้าคุยกับลูกค้าแล้วลูกค้าไม่ยอม โดยลูกค้าอาจจะขอลดราคา ซึ่งเราให้ไม่ได้จริงๆ เนื่องจากราคาที่ขอนั้นเราขาดทุน เราอาจจะยอมแค่ลดนิดหน่อย ถ้าเขาไม่ซื้อ เราคงไม่ไปตามคุกเข่าอ้อนวอน เราก็คงจะปล่อย และอวยพรเขาตามท้าย แต่ถ้าเป็นหญิงน้อยคนนี้ สงสัยเราคงต้องยอมขาดทุนเป็นแน่ จริงไหมครับ ^__^

ส่วนข้อสุดท้าย ผมว่าเป็นทิฐิที่ว่าจะไม่ยอมแพ้เรา เพราะฉะนั้นเราบอกอะไรเขาจะค้าน แต่เมื่อมีคนอื่นมาบอกอย่างที่เราบอกเธอ เธอจะเชื่อทันที เพราะจริงๆ แล้วเธออยากจะเชื่อเรา แต่กลัวแพ้ พอคนอื่นมาแนะนำเธอเลยเลือกเชื่อคนอื่นดีกว่า

โดยส่วนตัวผม แฟนผมก็ไม่ได้จะไม่เชื่อผมเสียทุกเรื่องนะครับ ที่เขียนนี้เพียงแค่นึกขำๆ เลยเขียนขึ้นมาเล่าให้ฟัง ถึงแม้ผู้ชายตัวเล็กๆ อย่างเรา จะโดนรังแกจากสุภาพสตรีผู้แข็งแกร่งอย่างไร เราก็ยังรักเขาเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงนะครับ ^^

ทำ Cron บน Web Application ง่ายๆ ด้วย Spring + Quartz

บน Linux เวลาต้องการที่จะรันโปรแกรม หรือ Script โดยตั้งเวลาให้รัน ทุกๆ เช้าหรือทุกๆ ชั่วโมงคงทำได้ไม่ยากเพราะบน Linux มี Cron อยู่ แต่ถ้าต้องการ Schedule รันโปรแกรมบน Windows คงต้องใช้ Windows Task Scheduler แต่ถ้าต้องการรัน Cron บน Web Application ล่ะจะต้องทำยังไง?
สำหรับ Java นั้นมี Library สำหรับจัดการ Schedule อยู่ชื่อว่า Quartz เอาไว้จัดการ Schedule ต่างๆ ใน Application ได้
แต่เนื่องด้วยถ้าใช้ Quartz อย่างเดียวมันคงไม่หล่อเท่าไร ดังนั้นเราจึงต้องเอามา Integrate กับ Spring ซะเพราะหลายคนส่วนใหญ่ก็ใช้งาน Spring กันอยู่แล้ว
ก่อนอื่นเรามาดู dependency กันก่อนครับว่าจะใช้ Quartz กับ Spring นั้นต้องใช้อะไรบ้าง

pom.xml

<dependencies>

 <dependency>
          <groupid>opensymphony</groupid>
   <artifactid>quartz</artifactid>
   <version>1.6.3</version>
 </dependency>
 
 <dependency>
   <groupid>commons-collections</groupid>
   <artifactid>commons-collections</artifactid>
   <version>3.2.1</version>
 </dependency>
 
 <dependency>
  <groupid>org.springframework</groupid>
  <artifactid>spring</artifactid>
  <version>3.0.5.RELEASE</version>
 </dependency>
 
 <dependency>
  <groupid>org.springframework</groupid>
  <artifactid>spring-web</artifactid>
  <version>3.0.5.RELEASE</version>
 </dependency>
 
  </dependencies>

จากนั้นให้สร้างไฟล์ที่เราต้องการจะรันเป็น Schedule


HelloQuartz.java

public class HelloQuartz {
    public void hello() {
        System.out.println("hello quartz");
    }
}
เมื่อมีองค์ประกอบครบแล้ว เราก็มา config applicationContext.xml กัน applicationContext.xml

<bean id="helloQuartz" class="com.example.scheduler.HelloQuartz" />
 
 <bean id="helloJobDetail" class="org.springframework.scheduling.quartz.MethodInvokingJobDetailFactoryBean">
  <property name="targetObject" ref="helloQuartz" />
  <property name="targetMethod" value="hello" />
 </bean>
 
 <bean id="helloJob" class="org.springframework.scheduling.quartz.CronTriggerBean">
  <property name="jobDetail" ref="helloJobDetail" />
  <property name="cronExpression" value="0/5 * * * * ?" />
 </bean>
 
 <bean class="org.springframework.scheduling.quartz.SchedulerFactoryBean">
  <property name="triggers">
   <list>
    <ref bean="helloJob" />
   </list>
  </property>
 </bean>
จาก code ด้านบน เรากำหนดให้ bean ที่ต้องการรันเป็น HelloQuartz และกำหนด method ที่จะรันให้เป็น hello แล้วสั่งรันทุกๆ 5 วินาที ซึ่งเราสามารถกำหนด expression ได้ตาม pattern ของ Cron ครับ


เห็นใจนายจ้างบ้าง

ผมเป็น consult จึงมีโอกาสได้สัมผัสกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทต่างๆ มากมาย ทั้งภาครัฐ และเอกชน ทำให้พบเห็นคนต่างๆ กันออกไป วันที่ผมได้ไปเห็นการทำงานของคนเหล่านั้น ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือรู้สึก "เห็นใจนายจ้าง"

จริงๆ แล้วผมก็เป็นลูกจ้างเหมือนกัน ไม่เคยมีโอกาสได้เป็นนายจ้าง เนื่องจากวาสนาไม่ถึง ^^ แต่ผมก็เป็นลูกจ้างที่ทำงานอย่างเต็มที่ เพราะคิดว่าการที่เขาจ้างเราให้ทำงาน เราก็ต้องตอบแทนให้คุ้มค่าจ้าง เพราะเมื่อคิดในมุมกลับกัน หากเราเป็นนายจ้าง ก็อยากให้ลูกจ้างทำงานให้เราเต็มที่เช่นเดียวกัน

แต่วันนี้ที่ผมเห็นหลายๆ บริษัท พนักงานส่วนใหญ่ไม่เต็มที่กับงาน ทำงานก็จริง แต่ทำเพียงแค่ขอให้เสร็จไปวันๆ ไม่เคยคิดที่จะพัฒนางานของตนให้ดีขึ้น เพื่อให้บริษัทก้าวหน้า เพียงแค่คิดว่าเขาให้เราทำแค่นี้ เราก็ทำแค่นี้ มีที่หนักกว่าคือ ในเวลางาน งานก็ยังไม่เสร็จ แต่นั่งเล่นเกมส์ในเวลางาน อันนี้ผมไม่เข้าใจ เขาจ้างให้มาทำงาน ไม่ใช่มานั่งเล่นเกมส์ ถ้าอยากเล่นเกมส์ ก็ออกจากงานไปนั่งเล่นที่บ้าน เขาจะได้ไม่ต้องเสียเงินจ้าง

อีกกลุ่มหนึ่งที่ผมไม่ค่อยเข้าใจคือ หัวหน้าสั่งลูกน้องทำงานชิ้นหนึ่ง ลูกน้องบอกทำไม่ได้ แล้วก็ไม่ยอมทำ หัวหน้าก็ทำอะไรไม่ได้ จนต้องทำเอง อันนี้ผมไม่เข้าใจทั้งหัวหน้าและลูกน้อง เขาจ้างมาทำงาน ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องถาม หรือไม่ก็ต้องศึกษาจนทำได้ เขาให้เราทำ ก็หมายถึงให้เราไปศึกษามาด้วยว่าทำยังไง ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ก็ไม่ทำ หรือทำเฉพาะงานที่อยากทำ จริงๆ แล้วในเมื่อมันเป็นงานไม่ว่าอยากทำหรือไม่ก็ต้องทำ ถ้าทำแล้วมันทำให้บริษัทกำไร

ส่วนหัวหน้าก็แปลก เขาเป็นลูกน้อง เขาไม่ทำก็บังคับไม่ได้ เป็นผมถ้าไม่ทำ ก็ออกไป เสียเงินจ้างสองคน แต่ทำงานคนเดียว อีกคนจ้างไปก็เปล่าประโยชน์ สู้เอาเงินของอีกคนมาให้อีกคนให้มีกำลังใจทำงานจะดีกว่า

ผมเห็นหลายบริษัทเป็นแบบนี้ ผมก็รู้สึกเห็นใจนายจ้าง เพราะผมก็มีความฝันว่าจะทำธุรกิจของตนเองเหมือนกัน แต่ถ้าเจอลูกน้องอย่างนี้คงลำบากใจแน่ๆ เลยจะขอให้ลูกจ้างทุกคน จงรู้ว่า ที่องค์กรจา้ยเงินจ้างคุณ ก็เพื่อหวังที่จะได้ผลงานให้คุ้มกับค่าจ้างที่ได้ให้ไป แต่ถ้าคุณคิดจะเอาเปรียบนายจ้าง งานไม่ทำ นั่งเล่นเกมส์ในเวลาทำงาน ผมว่าคุณออกไปเปิดร้านเกมส์ แล้วไปนั่งเล่นในร้านของคุณดีกว่า อย่ามาเอาเปรียบคนอื่นเลยครับ (ขอบ่นหน่อยเถอะ ไม่อย่างนั้นประเทศไทยก็ไม่เจริญสักที)

แก้ปัญหา Failed to add the host to the list of known hosts ใน cygwin

บน cygwin เวลาเราจะ ssh ไปที่อื่นแล้วเกิด warning "Failed to add the host to the list of known hosts (/home/[username]/.ssh/known_hosts)." นั้นเนื่องมาจากใน windows เราไม่มี folder home อยู่แต่ home ของเราจะอยู่ที่ /cygdrive/c/Users/[username] แทนครับ

วิธีแก้ไข เราต้องไปแก้ไขไฟล์ที่บอก path ว่า home เราอยู่ที่ /cygdrive/c/Users/[username] โดยให้ไปแก้ไขที่ไฟล์

C:\path\to\cygwin\etc\passwd


โดยเปลี่ยน text ภายในไฟล์จาก /home/[username] เป็น /cygdrive/c/Users/[username] แทน จากนั้นให้ลอง ssh ใหม่จะเห็นว่าสามารถ ssh ได้แล้วโดยไม่เตือน warning ดังกล่าว

ที่มา - http://ekawas.blogspot.com


สุนัขแสนรักที่จากไป

ปกติที่บ้านผมจะไม่ค่อยนิยมชมชอบสัตว์เลี้ยงเท่าไร พ่อแม่ไม่ค่อยอยากให้เลี้ยง แต่ผมกลับเป็นคนชอบเล่นกับสัตว์ ตอนเด็กๆ อยากเลี้ยงมาก แต่ก็ทำไม่ได้

พอดีมีญาติที่ได้หมามาตัวนึง แต่เลี้ยงไม่ได้เลยเอามาให้แม่ผม แม่ผมก็เลยรับเลี้ยงไว้ ผมดีใจมากที่ได้เลี้ยงหมา หมาตัวนี้ชื่อว่า แกลอน

แกลอนเป็นหมาพันธุ์ English Cocker ตอนเอามาเลี้ยงช่วงแรกๆ มันยังเดินไม่ค่อยแข็งแรง พื้นบ้านชั้นบนเป็นพื้นปาร์เก้ พอมันเดินขามันก็ถ่างออกจนล้มลงไป เห็นมันเดินแล้วดูน่ารักมาก

พอมันโตขึ้นผมก็รู้สึกผูกพันกับมันมาก แต่ส่วนตัวผมไม่ได้เป็นคนให้อาหาร หรืออาบน้ำให้มันสักเท่าไร มีก็บางครั้ง หน้าที่นี้เป็นของแม่บ้านของผมครับ

แกลอนเป็นหมาที่ฉลาดมาก เวลาจะให้มันไปอาบน้ำ เพียงแค่บอกว่า "แกลอน อาบน้ำ" แล้วถือโซ่ มันก็จะวิ่งไปหลังบ้าน นั่งรอ พอวางกาละมังลงมันจะเดินลงไปอยู่ในกาละมัง เพื่อให้เราอาบน้ำให้ แต่มันจะไม่ชอบตอนอาบเสร็จ เพราะผมจะไม่ใช้ไดร์เป่าให้มันเพราะมันกลัว เลยเช็ดหมาดๆ แล้วล่ามโซ่ตากแดดไว้ พอมันแห้งมันจะร้องบอกเรา เหมือนกับจะให้เราปล่อยได้แล้ว เพราะมันแห้งแล้ว

เวลามันป่วย หรือจะพาไปฉีดยา แค่ถือโซ่ แล้วก็เปิดท้ายกระบะ แล้วบอกมันว่า "แกลอนไปหาหมอ" มันก็จะกระโดดขึ้นกระบะ เพื่อให้เราพาไปหาหมอ

แกลอนจะกินน้ำในแก้ว ที่เป็นมาม่าคัพ ที่กินหมดแล้วเลยเอามาทำแก้วใส่น้ำให้มัน เวลาที่น้ำมันหมดแก้ว มันจะคาบแก้ว แล้วพยายามเดินหาคน เพื่อให้ตักน้ำให้มัน

มีอยู่ครั้งนึง น้องผมดื้อ จนแม่ผมต้องตีน้องผม มันกระโดดเข้าไปขวาง แล้วเห่าแม่ผมไม่ยอมให้ตีน้องผม เลยรู้ว่ามันไม่ชอบให้คนทะเลาะกัน ครั้งหลังๆ เลยแกล้งว่าทะเลาะกันให้มันห้ามบ่อยๆ

มันชอบเล่นคาบรองเท้ามาก เวลาปารองเท้าไปให้มันคาบมา มันจะวิ่งไปคาบ แล้วเอากลับมาให้ แต่หลังๆ ตอนที่มันแก่ตัวลง ปารองเท้าไปมันหันมามองหน้า แล้วลงไปนอนแทน

ผมสงสารมันมากเพราะก่อนจะตายมันป่วย แล้วก็หูมันเน่า หมาพันธุ์นี้หูยาว ผมเพิ่งมาทราบภายหลังจากที่มันเริ่มป่วยว่า หมาพันธุ์นี้ต้องทำความสะอาดหูให้ดี ไม่อย่างนั้นจะเน่า และผมรู้สึกผิดมากๆ เพราะช่วงก่อนที่มันจะตาย ผมจะเอามันไปขังหลังบ้าน เพราะหูมันเน่าจนเหม็นมาก มันร้องเรียกเรา ผมก็ได้แต่ไปนั่งอยู่หน้ากรงมัน แล้วก็คอยคุยกับมัน จนในที่สุดมันก็ตาย

ที่ผมรู้สึกไม่ดีเพราะชีวิตมันดูมีความสุขมาก แต่ตอนจะที่มันจะตายกลับต้องถูกขังไม่มีคนสนใจ ถูกทอดทิ้ง ตอนนี้ผมรู้สึกคิดถึง ปนกับความรู้สึกผิดมากๆ ที่ไม่ได้เอาใจใส่มันก่อนที่มันจะตาย รู้สึกคิดถึงมันในบางครั้งที่เห็นหมาพันธุ์เดียวกัน และจะเรียกหมาที่เหมือนมันทุกตัวว่า "แกลอน"

โอเพนซอร์สในต่างประเทศเมื่อเทียบกับไทย

ก่อนหน้านี้ช่วงที่ผมได้ไปงาน OOoCon2010 ที่ฮังการี ได้มีโอกาสเจอคนญี่ปุ่นอยู่คนหนึ่ง และหลังจากนั้นก็ไม่เคยได้คุยกันอีก จนกระทั่งวันก่อนได้รับ add friend ในเฟสบุคจากเพื่อนญุ่ีปุ่นคนนี้ จึงรับและคุยกัน

เขาถามผมว่าจำเขาได้ไหม ซึ่งแน่นอนจำได้อยู่แล้ว เพราะตอนอยู่ที่ฮังการีก็มีเขานี่แหละที่ผมคุยด้วย คนอื่นๆ ผมไม่ได้คุยเลย

เลยได้คุยกันเกี่ยวกับแนวโน้มโอเพนซอร์ส ซึ่งผมเล่าเคสในบ้านเราว่าช่วงนี้คนเริ่มสนใจกันเยอะ ในเมืองไทยเพิ่งจะเริ่มสนใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเริ่มจากเอกชนก่อน ซึ่งในเมืองไทยภาครัฐไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไร เลยไปได้ช้า

ผมจึงถามเขาว่าแล้วในญี่ปุ่นละ เป็นยังไงบ้างเรื่องโอเพนซอร์ส เขาบอกว่าก็ดี แต่ทางญี่ปุ่นภาครัฐในระดับท้องถิ่นเริ่มก่อน ภาครัฐในระดับประเทศไม่มีกระแสเท่าไร เพราะมีเงิน แต่ในท้องถิ่นต้องเริ่มเพราะไม่อย่างนั้นไม่ไหว

จุดนี้เป็นจุดที่แตกต่างกับของเมืองไทย เพราะที่ญี่ปุ่นการเมืองท้องถิ่นไปแล้ว เพราะค่าใช้จ่ายด้านไลเซนส์สูงแต่เมืองไทย ว่าตรงๆ คือคงใช้ละเมิดกันอยู่ เลยไม่คิดที่จะไปโอเพนซอร์ส

ส่วนการเมืองระดับประเทศเขารวย เลยไม่คิดเรื่องโอเพนซอร์ส แต่ของเราคงเป็นประเด็นเดิมคือการละเมิดลิขสิทธิ์นั่นเอง

เขาบอกว่าที่รัฐบาลญี่ปุ่นไม่ไปโอเพนซอร์สเพราะเกรงว่ามีความเสี่ยง ซึ่งจุดนี้เป็นจุดหนึ่งที่หลายๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนในบ้านเราเป็นเหมือนกันคือกลัวความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

ผมบอกเลยว่าเสี่ยงไหมที่จะเปลี่ยนเป็นโอเพนซอร์ส เสี่ยงจริงครับ ถ้าไม่วางแผนให้ดี การเปลี่ยนไม่ใช่ว่าเปลี่ยน 100% ถามว่าเรามีเงิน 100 บาท อยากประหยัดต้องไม่กินข้าว แล้วเหลือเงิน 100 บาทเลยไหม คำตอบคือไม่ใช่ เรามี 100 อยากประหยัดยังไงก็ต้องกิน แต่กินให้พออยู่ เช่นกิน 50 เหลือเก็บ 50 ถึงจะถูก

เพราะฉะนั้นการประหยัดไม่ใช่ประหยัดแบบไม่คิดจะจ่าย เราควรจ่ายให้น้อยที่สุด เท่าที่จะทำได้ การใช้โอเพนซอร์สก็เหมือนกัน เราควรวางแผน เพื่อลดความเสี่ยง อะไรเปลี่ยนได้ก็เปลี่ยน อะไรเปลี่ยนไม่ได้ จำเป็นต้องซื้อก็ซื้อ การใช้โอเพนซอร์สต้องประเมินก่อนว่าทำได้แค่ไหน ไม่เช่นนั้น การเปลี่ยนมาใช้โอเพนซอร์ส ก็ไม่ต่างอะไรกับการตะเกียกตะกายหาของล้ำค่ามาแต่ใช้ไม่เป็น

วงที่อยู่ในใจเสมอ

บอกได้เลยว่าผมเหมือนมีดนตรีอยู่สายเลือด ชอบฟังเพลง เล่นดนตรี แน่นอนคนที่ชอบเสียงเพลงมักจะมีวงดนตรีที่อยู่ในหัวใจทุกคน ของผมต้องวงนี้เลยครับ "นูโว"

นูโวเป็นวงที่ผมฟังตั้งแต่เด็ก ผมไม่ได้รู้จักนักร้อง นักดนตรีทุกคนนะครับ ส่่วนใหญ่ผมฟังเพลง แต่ไม่ค่อยได้ไปวุ่นวายกับชีวิตนักดนตรีเท่าไร ชื่นชอบที่ผลงานมากกว่า

จำได้ตั้งแต่เด็กๆ จะชอบเพลง "นิยามรัก" มาก รู้สึกว่าจะเป็นพี่โจกับพี่ก้องร้องคู่กัน พอฟังแล้วรู้สึกเหมือนแย่งกันร้อง เป็นเพลงที่ชอบมากเพลงนึง

อีกเพลงคงเป็น "เก็บไว้ให้เธอ" คนร้องรู้สึกจะเป็นพี่จอห์น ที่ช่วงนี้หันไปเป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการไอทีเรียบร้อยแล้ว เพลงนี้ขึ้นต้นเป็นเสียงรถชน (คิดว่านะ) แล้วเป็นเพลงที่ไม่มีเสียงเครื่องดนตรี เป็นเสียงคนทั้งหมด ชอบมาก ความหมายดีมากครับ

ส่วนเพลงอื่นๆ เป็นเพลงที่สดใส ความหมายอาจจะแปลกๆ หน่อย เช่น "คางคกร่าเริงเลย" จริงๆ ผมก็ไม่รู้เพลงเขาสื่ออะไรนะครับ แต่ก็ชอบเหมือนกัน

มีอัลบั้มนึงที่ใช้เล่นคำ มีคำว่า "เลย" อยู่ท้ายเพลงทุกเพลงในอัลบั้ม ในช่วงนั้นถือว่าเป็นแนวคิดที่แปลกๆ เหมือนกัน

สิ่งที่ทำให้ผมชอบวง "นูโว" ไม่ใช่เพลงเสียทั้งหมด ความชอบอีกส่วนหนึ่งคือ เวลาฟังแล้วรู้สึกว่าวงนี้รักดนตรีจริงๆ เล่นกันอย่างเต็มที่ เล่นแล้วดูมีความสุข เป็นวงที่ทำให้ผมรู้สึกว่าอยากเล่นดนตรีขึ้นมาในช่วงนั้น

เรียกได้ว่าวง "นูโว" เป็นแรงบันดาลใจหนึ่งที่ทำให้ผมรักเสียงดนตรี และหัดเล่นดนตรีก็ว่าได้ครับ วงนี้จะอยู่ในความทรงจำตลอดไปครับ

หันมานึกถึงเพลงในวันเรียน

ผมเป็นหนึ่งที่รักเสียงดนตรี เล่นกีต้าร์ได้ แต่ไม่ถึงกับเก่งอะไรนัก แค่พอตะแน่วๆ เป็นเพลงได้แค่นั้น ผมฟังเพลงมาตั้งแต่เด็กๆ จะคุ้นเคยกับเพลงเก่าๆ เพื่อนผมชอบบอกว่าถ้าจะถามเรื่องเพลงเก่าต้องถามไอ้เติ้ล

ช่วงชีวิตช่วงหนึ่งผมได้ใช้ชีวิตอยู่ในรั้วม. ราม ผมอาศัยอยู่ที่ราม 2 ช่วงนั้นจำได้ว่าเพลงที่ฟังอยู่เพลงนึงชอบมากจนต้องไปหาซื้อเทปมาฟัง (ช่วงนั้นยังเป็นตลับเทปอยู่) เพลงนั้นชื่อว่า "งมงาย" หลายท่านร้องอ๋อ เพราะเป็นวงในดวงใจหลายคนนั่นคือ bodyslam นั่นเอง

ผมตระเวนหาซื้อเทปวง bodyslam แถวหอในม. ราม 2 เชื่อไหมครับไม่มีใครรู้จัก เพราะช่วงนั้นเพลงเพิ่งโปรโมท ตระเวนหาอยู่นานมากจนไปเจออยู่ร้านหนึ่ง จึงซื้อมาฟัง

ผมเป็นคนที่ซื้อเทปมาจะฟังทั้งอัลบัม ผมก็นั่งเปิดจำได้ว่าช่วงนั้น เปิดมันทั้งวัน วนไปวนมาอยู่อย่างนั้น มีหลายเพลงที่โดนใจผมมาก เช่น "สักวันฉันจะดีพอ" "ย้ำ" "อากาศ" "ทางของฉัน ฝันของเธอ" ที่ผมชอบมากที่สุดคือเพลง "ยกโทษ" ครับ

bodyslam อัลบัมแรกเป็นอัลบัมที่ผมชอบที่สุดในอัลบันทั้งหมดของ bodyslam เพราะแนวเพลง bodyslam ถ้าคนเคยฟัง จะมีสองอัลบัมแรกที่เป็นแนวใสๆ พอตั้งแต่อัลบัมสามเป็นต้นมาก็เป็นแนวแรงขึ้น แต่ผมก็ไม่ได้ไม่ชอบนะครับ เพียงแต่ชอบแนวอัลบัมแรกๆ มากกว่า ไม่ทราบว่าเกี่ยวกับพี่เภาที่แยกตัวออกไปหรือเปล่า

พูดถึงอัลบัมที่สองมีเพลงนึงที่ชอบนั่นคือ "ชีวิตที่เหลืออยู่" ความหมายดีมาก เป็นเพลงใช้ผมใช้จีบแฟนตอนที่คบกับใหม่ๆ

นี่เป็นวงๆ หนึ่งที่ผมชื่นชอบมาก ฟังตั้งแต่อัลบัมแรกจนถึงอัลบัมปัจจุบัน ร้องได้แทบทุกเพลง เรียกว่าแฟนพันธุ์แท้ (เฉพาะเพลงนะ ไม่ใช่นักร้อง) ก็ว่าได้ วันหลังจะมาเล่าถึงวงที่ชอบวงอื่นๆ บ้างแล้วกันครับ

เผลอลบ Desktop Icon ออกจาก Quick Launch ของ Windows XP

Number of View: 168ใช้ Windows XP แล้วเผลอลบไอคอน Desktop ออกจาก Quick Launch 1) เปิดใ้ช้งาน notepad 2) คัดลอกคำสั่งด้านล่างนี้ แล้ววางข้อความต่อไปนี้อย่างระมัดระวังลงในหน้าต่าง Notepad [Shell] Command=2 IconFile=explorer.exe,3 [Taskbar] Command=ToggleDesktop 3) บันทึกแฟ้มลงบน Desktop ด้วยชื่อ “Show desktop.scf” ไอคอน Desktop จะถูกสร้างขึ้น 4) คลิกแล้วลากไอคอน Desktop ไปยังแถบเครื่องมือเปิดใช้งานด่วน – Quick Launch

การพัฒนา IR – Institutional Repository ของ สวทช.

Number of View: 152การพัฒนา Institutional Repository ของ สวทช. โดยเฉพาะประเด็นการเลือกใช้ Drupal แทนซอฟต์แวร์ DSpace อันเป็นซอฟต์แวร์ที่นิยมกันมากในประเทศไทยสำหรับพัฒนา IR … สไลด์คงเป็นคำตอบว่าเหตุใด สวทช. โดย STKS เลือกใช้ Drupal และตัวอย่างการใช้ในมิติต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและงานของ UNESCO ประเทศไทย NSTDA IR View more presentations from Boonlert Aroonpiboon Like Unlike

Zimbra stats ไม่รัน

หลังจากใช้ zmcontrol status แล้วพบว่า stats ไม่รันเลยลองสั่ง zmstatctl status ดู มีบางตัวไม่รัน

zimbra@mail:~$ zmstatctl status
Running: zmstat-df
Running: zmstat-fd
process 24246 in /opt/zimbra/zmstat/pid/zmstat-proc.pid not running
process 24250 in /opt/zimbra/zmstat/pid/zmstat-vm.pid not running
Running: zmstat-io-x

แก้โดยลบหรือเปลี่ยนชื่อ process ตัวที่ไม่รันแล้ว zmstatctl stop/start ใหม่อีกครั้ง ^___^

ที่มา : http://blog.spanger.org/?p=555

Failed to spawn ssh pre-start process: unable to set oom adjustment: Operation not permitted

เครื่อง guest ใน openvz ไม่สามารถ start ssh ได้ เจอ error แบบนี้
Failed to spawn ssh pre-start process: unable to set oom adjustment: Operation not permitted

แก้ไขโดย (เครื่อง host)
1. cd /var/lib/vz/private/[VboxID]/etc/init
2. vi ssh.conf แล้วคอมเมนต์ oom never
3. reboot เครื่อง หรือรัน vzctl enter [VboxID] แล้ว service ssh restart

เป็นอันจบเท่านี้แล ^_^

ที่มา : http://mercstudio-tech.blogspot.com/2011/05/vps-ssh-not-starting-after-update-in.html
Syndicate content